ทีดี ตะวันแดง ตามหา Dev ร่วมทีมลุยภารกิจดันโชห่วยไทยให้รุ่ง มุ่งสู่ World-class Retail Platform ในงาน TD Tech Virtual Walk-in Interview พร้อมโชว์เบื้องหลังความสำเร็จ “ถูกดี มีมาตรฐาน” โต 10x ด้วย ‘TD Tech’ 

 

Digital Transformation กลายเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่ทุกหน่วยงานและองค์กรต้องเรียนรู้และปรับตัวให้ทันในยุค New Normal สิ่งที่ช่วยลดช่องว่างและเพิ่มสปีดในการพัฒนาองค์กรและคน นั้นคือ “เทคโนโลยีและนวัตกรรม” ทำให้นักพัฒนา Developer (Dev) จึงมีความสำคัญต่อองค์กรเป็นอย่างมากในการสร้างสรรค์เทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ หรือ สร้างสรรค์โซลูชั่นใหม่ๆ ให้กับองค์กรและลูกค้าในทุกอุตสาหกรรมและธุรกิจ ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจระดับชุมชน อย่าง “โชห่วย” ที่ต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง ผ่านการนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งบนสนามเศรษฐกิจระดับชุมชนและอยู่เป็นเสน่ห์คู่ชุมชนไทยต่อไปในอนาคต 

นายรุจ อัครพณิชสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด กล่าวว่า “ร้านโชห่วย นับเป็นเสน่ห์ที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน เรียกได้ว่าที่ไหนมี ‘ชุมชน’ ที่นั้นย่อมต้องมี ‘โชห่วย’ ทุกพื้นที่ แต่ยิ่งนานวันเข้าร้านโชห่วยเหล่านี้กลับถูกลดบทบาทลงด้วยสภาพของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เสน่ห์ที่เคยมีก็ถูกลดทอนน้อยลง คำถามคือทำไมถึงไม่มีใครเข้ามาช่วยยกระดับและสร้างการเรียนรู้รูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ให้กับโชห่วยให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งทางการตลาดได้ นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ คุณเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด ได้ลุกขึ้นมาปลุกปั้นโมเดลธุรกิจ ‘ถูกดี มีมาตรฐาน’ ให้กับโชห่วยไทย จนปัจจุบันได้ดำเนินการมาแล้วกว่า 3 ปี พิสูจน์ผลสำเร็จของการดำเนินงานได้จากการเติบโตของบริษัทแบบ 10X จำนวนสาขาที่ขยายตัวทั่วประเทศไทยมีมากกว่า 3,500 สาขา ณ วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2565 โดยตั้งเป้าปลายปี 2565 ไว้ที่ 20,000 สาขา และร้านโชห่วยที่เข้าร่วมมียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 200% และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก Features ใหม่ๆ เช่น Pre-Order เป็นการเพิ่มช่องทางขาย รวมถึงระบบ Membership  ที่ลูกค้าสามารถสะสมแต้มและนำแต้มเป็นส่วนลดและสินค้าที่ร่วมรายการที่สาขาใดก็ได้ สิ่งหนึ่งที่ทำให้โชห่วยสามารถปรับตัวให้เทียบเท่ากับการแข่งขันในระดับชุมชนได้ นั่นคือ กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาดของ  ‘ถูกดี มีมาตรฐาน’ และ การอัพสกิลเจ้าของร้านโชห่วยเข้าสู่โลกดิจิตอล ด้วยเทคโนโลยีของบริษัทฯ โดยทีม ‘TD Tech’ หน่วยงานที่รวมตัวเหล่าคน Dev ไทย เพื่อออกแบบแพลตฟอร์มให้กับคนไทยได้ใช้งานได้ง่ายๆ เข้าใจและตอบสนองโจทย์ความต้องการโดยเฉพาะ ด้วยการใช้องค์ความรู้และมาตรฐานระดับสากล” 

เบื้องหลังความสำเร็จของ ‘ถูกดี มีมาตรฐาน’ และความสำคัญของ ‘TD Tech’

ทำไมทั่วโลก ถึงมองว่า Dev คือ Solution ของยุค  New Normal นั้นเพราะ “เทคโนโลยี” กลายมาเป็นกุญแจหลักในการปรับตัวในด้านธุรกิจ ทั้งการตลาด การซื้อขาย หรือแม้แต่ระบบฐานข้อมูล โปรแกรมต่างๆ และเครื่องมือต่างๆ จะถูกย่อส่วนมาไว้ในมือถือ หรืออุปกรณ์ดิจิตอลเท่านั้น จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกองค์กรต้องการ Dev เข้ามาสร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อนำไปใช้ เพื่อวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดและแก้ปัญหาให้กับธุรกิจ เช่นเดียวกับ ‘ถูกดี มีมาตรฐาน’ ที่ให้ความสำคัญกับ Dev เป็นอันดับหนึ่ง และถือเป็นผู้บุกเบิกในการนำเอาเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยเข้ามาช่วยในการจัดการธุรกิจร้านโชห่วยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเรามีทีม TD Tech ณ ปัจจุบันรวมกว่า 200 ชีวิต เสมือนคอมมิวนิตี้รวมพลคน Dev ในการร่วมกันพัฒนาระบบเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ ซึ่งใช้เทคโนโลยีเข้ามาดูแลตั้งแต่ต้นน้ำกับการออกแบบและเขียนโปรแกรมเพื่อพัฒนา Feature ต่างๆ รองรับโจทย์ความต้องการของโชห่วยโดยมีทีม Tech หลังบ้าน สำหรับการเขียนโปรแกรม เชื่อมต่อและอัปเดตระบบ Supply Management ไปจนทีม Tech หน้าบ้าน กับเครื่อง POS และมือถือต่างๆ ณ ร้านโชห่วยที่ให้ความสำคัญกับ UX/UI ที่ง่ายต่อการใช้งาน หรือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นเรื่องใหญ่ของโชห่วยอย่าง Font ตัวอักษรที่สามารถปรับขนาดเล็กใหญ่ได้ เป็นต้น รวมทั้งเรื่องระบบ Data เพื่อให้โชห่วยสามารถพัฒนาและแข่งขันในชุมชนได้อย่างเป็นธรรม จนทำให้ ‘ถูกดี มีมาตรฐาน’ ก้าวสู่การเป็นผู้นำและได้รับความเชื่อมั่นทางด้านเทคโนโลยีจากเครือข่ายร้านโชห่วยทั่วประเทศ

Learn – Unlearn – Relearn ไม่หยุดนิ่งเพื่อเพิ่มศักยภาพ Dev 

3 องค์ประกอบหลัก เพื่อเพิ่มศักยภาพทีม Dev ของ TD Tech สู่การสร้างสรรค์โซลูชั่นให้โชห่วยและคนไทยได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ และยกระดับแพลตฟอร์มสู่การเป็น World-class Retail Platform ได้แก่

  • ด้านเทคโนโลยี จึงนำเทคโนโลยีล่าสุดมาให้ Dev ได้สร้างสรรค์โซลูชั่นใหม่ๆ อาทิ ระบบ Non-Blocking ที่ใช้ Spring Boot ในลักษณะ Reactor ทั้งหมด, การใช้ Database แบบ NoSQL มารองรับการทำงานของระบบ นอกจากนี้ ยังเพิ่มระบบ Data Science อย่าง MongoDB, Elastic Search, Kafka, Big Query, Airflow เป็นต้น ซึ่งเรารันระบบในลักษณะ Container Based และอยู่บน Cloud Native ทำให้สามารถ Scale ระบบได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เรียกได้ว่า เราใช้ Framework ระดับโลก เพื่อนำมาช่วยให้โชห่วยไทยไปต่อได้แบบไม่สะดุด โดยเอาเทคโนโลยีมาให้ใช้งานง่ายและเดินหน้าธุรกิจได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น 
  • ด้านแนวคิดการทำงาน เราใช้ Agile Methodology ที่เรียกว่า Scrumban ที่ดึงข้อดีในการใช้ Scrum และ Kanban เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหลและมีความยืดหยุ่น และยังเพิ่มการพัฒนาประสิทธิภาพของ Flow การทำงาน ตั้งแต่การรับงานและส่งมอบงานอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Continuous Improvement, Work in Progress (WIP) และ Continuous Delivery เป็นต้น อีกสิ่งที่สำคัญ Dev ในแบบฉบับของ TD Tech จะมีความเชื่อว่า ‘คนสร้าง = คนซ่อม’ ซึ่งตรงนี้จะมีข้อดีที่แตกต่างจากการทำงานใน Enterprise ใหญ่ๆ  คือ มี Ownership กับระบบเต็มที่และได้รู้ว่า สิ่งที่คิดและทำ ผลออกมาเป็นอย่างไร ผ่านการรับ Feedback และ คอมเมนต์จากผู้ใช้งานจริง โดย Dev ที่พัฒนาระบบ จะสามารถเข้าแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ ได้ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ 
  • ด้านวัฒนธรรมองค์กร TD Tech ให้อิสระกับ Dev ในการทำงานสูง ทุกคนสามารถให้ Feedback ในเรื่องต่างๆ ได้เต็มที่ เกิดเป็น Self-Management และ Self-Improvement ด้วยตัวเอง ทำให้ Dev สามารถพัฒนาการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงมาก นอกจากนี้ การเกิดโอกาสให้แต่ละทีมสามารถ Feedback ฟีเจอร์ต่างๆ ของกันละกันได้ สิ่งนี้ทำให้ทีมเกิดการพัฒนาฟีเจอร์ในรูปแบบใหม่ๆ ได้เช่นกัน อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการ Work-Life-Balance และอิสระในการทำงานแบบ Hybrid ที่ไม่ยึดติดกับการต้องเข้าออฟฟิศทุกวันแบบเดิมๆ รวมไปถึงเปิด Regional Office เพิ่มที่จังหวัดเชียงใหม่ เสริมทัพสำหรับ Dev ที่อยากทำงานที่เชียงใหม่ไม่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ

เมื่อธุรกิจขยาย ‘TD Tech’ ต้องขยาย เพราะ Dev คือหัวใจสำคัญ 

เป้าหมาย 20,000 สาขาในปี พ.ศ. 2565 และรุกคืบสู่โมเดลระดับ Southeast Asia นับเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ดังนั้น TD Tech ต้องขยายศักยภาพและเพิ่มพลานุภาพของแพลตฟอร์ม มุ่งเป้าหมายสู่การเป็น World-class Retail Platform แต่ความท้าทายสำคัญ คือ การสร้าง Tech Architecture โครงสร้างเทคโนโลยีที่ต้องสามารถรองรับจำนวนโชห่วยหลักหมื่นสาขา ผู้บริโภคนับล้านคน รวมทั้งการออกแบบซอฟต์แวร์ที่ต้องรองรับ Transaction จำนวนมหาศาล ดังนั้นการเลือกใช้ Tech Stack จึงต้องเลือกพัฒนาด้วย Top-technology Edge ที่ตอบรับการทำงานได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งการเสริมทัพเพิ่มทรัพยากร Dev ไทยในทีม TD Tech จำนวนมากขึ้น ทั้ง Data, Platform Support, Engineering, Infrastructure and Cloud, IT Support, Solution Architect, DevOps, Product owner, Back-end, Front-end, QA, Data Science, UX/UI, Android Dev เป็นต้น 

สำหรับใครที่สนใจสามารถสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่  https://www.tdshop.io/virtual-interview