?>

ข้อบังคับสมาคม

[:th]

ข้อบังคับของสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย

หมวดที่  1

ความทั่วไป

ข้อ  1   สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย

ข้อ  2   เครื่องหมายของสมาคม

มีลักษณะเป็นรูปสัญลักษณ์หลอดไฟ แนวคิดของสัญลักษณ์นี้เกิดจากการรวมของ 3 สิ่ง คือ ไอเดีย + โค้ด + อินพุต/เอาท์พุตเมื่อนำมารวมเข้าด้วยกันจึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของ “ไอเดียที่ส่งผ่านโปรแกรมมิ่งโค้ดนั้นสามารถสร้างอินพุตและเอาท์พุตใหม่ ๆ (นวัตกรรม) ได้เสมอ”

 

ข้อ  3   สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ ณ อาคารซีพีทาวเวอร์ 2 ชั้น 4 เลขที่ 5 ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400

ข้อ  4   วัตถุประสงค์ของสมาคม

4.1      เพื่อสร้างเครือข่ายของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ได้รู้จัก ช่วยเหลือ และแบ่งปันความรู้กัน

4.2      เพื่อพัฒนาทักษะด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ (Technical Skill) และ ทักษะที่เกี่ยวข้องกับคน (Soft Skill)  ให้กับนักพัฒนาซอฟต์แวร์

4.3      เพื่อช่วยเหลือนักพัฒนาซอฟต์แวร์จากการถูกผู้ว่าจ้างเอาเปรียบ และช่วยเหลือผู้ว่าจ้างจากการโดนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทิ้งงาน

4.4      เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และสร้างความเข้าใจที่ดีต่อสายอาชีพนักพัฒนาซอฟต์แวร์

4.5      เพื่อเป็นพื้นที่ให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้แสดงศักยภาพ หรือสร้างความร่วมมือ

4.6      เพื่อสนับสนุนชุมชนต่างๆในการจัดกิจกรรมเพื่อนักพัฒนาซอฟต์แวร์

4.7      เพื่อดำเนินการ หรือร่วมมือกับองค์การกุศล เพื่อการกุศลและองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อ

สาธารณประโยชน์

4.8      ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง

หมายเหตุ  (1)   กรณีสมาคมต้องการดำเนินการเกี่ยวกับการเมือง ให้ระบุวัตถุประสงค์แทน “ไม่ยุ่งเกี่ยวกับ

การเมือง” ว่า “เพื่อส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ด้วยความเป็นกลางและไม่ให้การสนับสนุนด้านการเงินหรือทรัพย์สินแก่นักการเมืองหรือพรรคการเมืองใด”

(2)   การแก้ไขวัตถุประสงค์ของสมาคมจะกระทำได้แต่เฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้

(2.1)  เพื่อให้สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสมาคม หรือ

(2.2) พฤติการณ์เปลี่ยนไปเป็นเหตุให้วัตถุประสงค์ของสมาคมนั้นมีประโยชน์น้อยหรือไม่อาจ

ดำเนินการให้สมประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของสมาคมนั้นได้และวัตถุประสงค์ที่แก้ไข

เพิ่มเติมนั้นใกล้ชิดกับวัตถุประสงค์เดิมของสมาคม

หมวดที่  2 สมาชิก

ข้อ  5   สมาชิกของสมาคมมี  2  ประเภท  คือ

5.1      สมาชิกสามัญ ประเภทบุคคลทั่วไป

ได้แก่ บุคคลทั่วไปที่อยู่ในสายอาชีพนักพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือสนใจในการพัฒนาซอฟต์แวร์

5.2      สมาชิกวิสามัญ ประเภทบุคคลทั่วไป

ได้แก่ บุคคลนอกจากที่กล่าวแล้วในข้อ 5.1 แต่ไม่สนใจเข้าร่วมในการเลือกตั้ง หรือรับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย และไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆ ในที่ประชุม

5.3      สมาชิกวิสามัญ นิติบุคคลประเภทองค์กรขนาดกลาง-เล็ก ได้แก่ บริษัท สมาคม มูลนิธิ หรือหน่วยงานที่มีฐานะ เป็นนิติบุคคลทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท

5.4      สมาชิกวิสามัญ นิติบุคคลประเภทองค์กรขนาดใหญ่ ได้แก่ บริษัท สมาคม มูลนิธิ หรือหน่วยงานที่มีฐานะ เป็นนิติบุคคลทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาทขึ้นไป

5.5      สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการะคุณแก่สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย ซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทยด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์

ข้อ  6   สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ  ดังต่อไปนี้

6.1      เป็นผู้สนใจ ศึกษา ใช้งาน หรือ เป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์

6.2      เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

6.3      ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ

6.4      ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย  หรือไร้ความสามารถ  หรือ

เสมือนไร้ความสามารถ  หรือต้องโทษจำคุก  ยกเว้นความผิดฐานประมาท  หรือลหุโทษ               การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด  ในกรณีดังกล่าวจะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็น                       สมาชิกหรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น

ข้อ  7   ค่าลงทะเบียน  และค่าบำรุงสมาคม

7.1      สมาชิกสามัญ ประเภทบุคคลทั่วไป

จะต้องเสียค่าบำรุงเป็นรายปี ๆ ละ………….500……………บาท

7.2      สมาชิกวิสามัญ ประเภทบุคคลทั่วไป

จะต้องเสียค่าบำรุงเป็นรายปี ๆ ละ………….300……………บาท

7.3      สมาชิกวิสามัญ ประเภทนิติบุคคล องค์กรขนาดกลาง-เล็ก

จะต้องเสียค่าบำรุงเป็นรายปี ๆ ละ………….3,000……………บาท

7.4      สมาชิกวิสามัญ ประเภทนิติบุคคล องค์กรขนาดใหญ่

จะต้องเสียค่าบำรุงเป็นรายปี ๆ ละ………….10,000……………บาท

7.5      สมาชิกกิตติมศักดิ์  มิต้องเสียค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ข้อ  8   การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมทุกประเภท ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยื่นใบสมัคร ตามแบบของสมาคมต่อเลขานุการ

และให้เลขานุการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้  ณ  เว็บไซต์ของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อให้สมาชิกอื่น ๆ ของสมาคมจะได้คัดค้านการสมัครนั้นเมื่อครบกำหนดประกาศแล้วก็ให้เลขานุการนำใบสมัคร และหนังสือคัดค้านของสมาชิก (ถ้ามี)  เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม  และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้ว ผลเป็นประการใดให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว

ในกรณีเป็นสมาชิกสามัญ ประเภทบุคคลทั่วไป ต้องผ่านการเป็นสมาชิกวิสามัญไม่น้อยกว่า 90 วัน และเข้าร่วมประชุมของสมาคมไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนการประชุมของสมาคมภายในช่วงเวลา 90 วัน

 

ข้อ  9   ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับสมัครเข้าเป็นสมาชิก  ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียน    และค่าบำรุงสมาคมให้เสร็จภายใน  30  วัน  นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขานุการ  และสมาชิกภาพ  ของผู้สมัคร  ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมเป็นที่  เรียบร้อยแล้ว  แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงภายในกำหนด  ก็ให้ถือว่าการ       สมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก

ข้อ  10 สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์  ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม  ได้มาถึงยังสมาคม

ข้อ  11 สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้

11.1    ตาย

11.2    ลาออก  โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการได้

พิจารณาอนุมัติ  และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย

11.3    ขาดคุณสมบัติสมาชิก

11.4    ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม หรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน                  เพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม

ข้อ  12 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

12.1    มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน

12.2    มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ

12.3    มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

12.4    มีสิทธิเข้าร่วมประชุมของสมาคม

12.5    สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง  หรือได้รับการเลือกตั้ง  หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการ                            สมาคม  และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมได้คนละ 1 คะแนนเสียง

12.6    มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ  เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม

12.7    มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด  ร้องขอต่อคณะกรรมการ             ให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้

12.8    มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ  และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด

12.9    มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม

12.10   มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการของสมาคม

12.11   มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

12.12   มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

 

หมวดที่  3 การดำเนินการสมาคม

ข้อ  13 ให้มีกรรมการคณะหนึ่ง  ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมมีจำนวนอย่างน้อย…….7…….คน  อย่างมากไม่เกิน……..20……….คน  คณะกรรมการนี้ต้องเป็นสมาชิกสามัญที่ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม  และให้ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกันเองเป็นนายกสมาคม  1  คน  และอุปนายก…..2……คน  สำหรับกรรมการในตำแหน่งอื่น ๆ ให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้ง  ผู้ที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่เข้าดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ของสมาคม  ตามที่ได้กำหนดไว้ซึ่งตำแหน่งของกรรมการสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังต่อไปนี้

13.1    นายกสมาคม     ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคมเป็นผู้แทนสมาคม                                ในการติดต่อกับบุคคลภายนอกและทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม                                                คณะกรรมการ  และการประชุมใหญ่ของสมาคม

13.2    อุปนายก          ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม  ปฏิบัติตาม                                        หน้าที่ที่นายกสมาคมได้มอบหมายและทำหน้าที่แทนนายกสมาคม

เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่  หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้  แต่การทำหน้าที่          แทนนายกสมาคม  ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน

13.3    เลขานุการ        ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด  เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของ                                สมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคม  และปฏิบัติตามคำสั่งของนายก                                    สมาคม  ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม

13.4    เหรัญญิก          มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย

บัญชีงบดุลของสมาคม  และเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ

13.5    ปฏิคม             มีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม  เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียม                                  สถานที่ของสมาคมและจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่าง ๆ ของสมาคม

13.6    นายทะเบียน      มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม  ประสานงานกับ                                           เหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก

13.7    ประชาสัมพันธ์   มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิกและ                                    บุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

13.8    กรรมการตำแหน่งอื่น ๆ   ตามความเหมาะสม  ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้น                               โดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้วจะต้องไม่เกิน                                     จำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้  แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่ง                                       ก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง

หมายเหตุ         สมาคมอาจกำหนดคณะกรรมการบริหาร โดยให้นายกสมาคมมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจาก

ที่ประชุมใหญ่ แล้วนายกสมาคมที่ได้รับเลือกตั้งนั้นเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งกรรมการจากสมาชิกสามัญตามจำนวนของข้อบังคับก็ได้

 

ข้อ  14 คณะกรรมการของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้วาระละ 2 ปี  และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่ง

ครบกำหนดวาระแล้ว  แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

ก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อนจนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับ

อนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ  และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาต ให้จดทะเบียน

จากทางราชการเรียบร้อยแล้ว  ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและ

คณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน  นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหมได้รับ

อนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

ข้อ  15 ตำแหน่งกรรมการสมาคม  ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิก

สามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น  แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น  และถ้าเป็นตำแหน่งนายกสมาคมว่างก็ให้คณะกรรมการเลือกกันเองเป็นนายกสมาคม

ข้อ  16 กรรมการอาจพ้นจากตำแหน่ง  ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้  คือ

16.1    ตาย

16.2    ลาออก

16.3    ขาดจากสมาชิกภาพตามข้อบังคับและตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้

16.4    ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง

16.5    เป็นผู้มีความประพฤติและปฏิบัติตนเป็นที่เสื่อมเสียและคณะกรรมการสมาคมมีมติให้ออก

โดยมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของคณะกรรมการสมาคม

ข้อ  17 กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ  คณะกรรมการ  และคณะกรรมการมีมติให้ออก

ข้อ  18 อำนาจและหน้าที่ของกรรมการ

18.1    มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ  โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้อง            ไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้

18.2    มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม

18.3    มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา  หรืออนุกรรมการได้  แต่กรรมการที่ปรึกษา  หรือ                       อนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง

18.4    มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี  และประชุมใหญ่วิสามัญ

18.5    มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่น ๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

18.6    มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม  เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจอื่น ๆ              ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

18.7    มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด  รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม

18.8    มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ  ตามที่สมาชิกสามัญ  จำนวน 1 ใน 3 ของสมาชิก                   ทั้งหมดได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมวิสามัญขึ้น  ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่                       วิสามัญขึ้นภายใน  30  วัน  นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ

18.9    มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน  ทรัพย์สินและการดำเนิน                        กิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้            เมื่อสมาชิกร้องขอ

18.10   จัดทำบันทึกการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม  เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและประกาศให้สมาชิก               ได้รับทราบทางเว็บไซต์

18.11   มีหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

ข้อ  19 คณะกรรมการะต้องประชุมกันอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง  โดยให้จัดขึ้นภายในวันที่ 28

ของทุก ๆ เดือน ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม

ข้อ  20 การประชุมคณะกรรมการ  จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการ     ทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม  มติของที่ประชุมคณะกรรมการ  ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็น        อย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์  แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการ  ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ  21 ในการประชุมคณะกรรมการ  ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม  หรือไม่  สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้  ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง  เพื่อให้กรรมการ

คนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

 

หมวดที่  4 การประชุมใหญ่

ข้อ  22 การประชุมใหญ่ของสมาคมมี  2  ชนิด  คือ

22.1    ประชุมใหญ่สามัญ

22.2    ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ  23 คณะกรรมการจะต้องจัดให้การประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๆ ละ 1 ครั้ง ภายในเดือนธันวาคม

ของทุก ๆ ปี

ข้อ  24 การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นด้วย

การเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิก ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมดหรือสมาชิก

จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยคนหรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในข้อบังคับจะทำหนังสือร้องขอ

ต่อคณะกรรมการของสมาคมให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญก็ได้  ในหนังสือร้องขอนั้นต้องระบุว่าประสงค์ให้เรียกประชุมเพื่อการใด

ข้อ  25 การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบ

และการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลาและสถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้องแจ้ง

ให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ เว็บไซต์

หรือเว็บเครือข่ายสังคมของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่

หรือลงพิมพ์โฆษณาอย่างน้อยสองคราวในหนังสือพิมพ์ที่แพร่หลายในท้องถิ่นฉบับหนึ่งก่อนวันนัด

ประชุมไม่น้อยกว่า 7 วันก็ได้

ข้อ  26 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้

  • แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
  • แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ
  • เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ
  • เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
  • ตรวจสอบทะเบียนสมาชิกให้เป็นปัจจุบัน
  • เรื่องอื่น ๆ ถ้ามี

ข้อ  27 การประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือการประชุมวิสามัญ ต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งหรือไม่น้อยกว่า 10 คน จึงจะครบองค์ประชุม  หากถึงกำหนดเวลาการประชุมแล้วสมาชิกยังไม่ครบองค์ประชุม ถ้าการประชุมใหญ่ครั้งนั้นเป็นการประชุมใหญ่ตามคำเรียกร้องของสมาชิกก็ให้งดการประชุม  แต่ถ้าเป็นกรณีการประชุมใหญ่ที่คณะกรรมการสมาคมเป็นผู้เรียกประชุม  ก็ให้เรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง  โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน 14 วัน นับแต่ที่วันที่นัดประชุมครั้งแรก การประชุมครั้งหลังนี้ไม่บังคับว่าจะต้องครบองค์ประชุม

หมายเหตุ         การประชุมทุกครั้งต้องมีการลงลายมือชื่อผู้เข้าประชุมและสมาชิกผู้เข้าประชุมต้องแสดง

เอกสารบัตรประจำตัวประชาชนประกอบการลงลายมือชื่อ

ข้อ  28 การลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ  29 ในการประชุมใหญ่ของสมาคม  ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุมหรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้ที่ประชุม

ใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่ง ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

 

หมวดที่ 5 การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ  30 การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ  เงินสดของสมาคมถ้ามี        ให้นำฝากไว้ในธนาคารกสิกรไทย หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ ธนาคารกรุงเทพ หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารกรุงไทย

ข้อ  31 การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทนลงนามร่วมกับเหรัญญิก หรือเลขานุการ พร้อมกับประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้

ข้อ  32 ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 20,000 บาท ( สองหมื่นบาทถ้วน ) ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการและคณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน 500,000 บาท ( ห้าแสนบาทถ้วน ) ถ้าจำเป็นจะต้องจ่ายเกินกว่านี้ ต้องได้รับอนุมัติจาก ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม

ข้อ  33 ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน 20,000 บาท ( สองหมื่นบาทถ้วน )  ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้  จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้

ข้อ  34 เหรัญญิก  จะต้องทำบัญชีรายรับ  รายจ่ายและบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ  การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิก  พร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง

ข้อ  35 ผู้สอบบัญชี จะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต

ข้อ  36 ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการและสามารถจะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้

ข้อ  37 คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

 

หมวดที่ 6 การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

ข้อ  38 ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ  จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

ข้อ  39 การเลิกสมาคม  จะเลิกได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม  ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย  มติที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า  3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด  และองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด

ข้อ  40 เมื่อสมาคมต้องเลิก  ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม  ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้ตกเป็นของมูลนิธิวิจัยเทคโนโลยีสารสนเทศ

(ผู้รับต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคล  ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการกุศลสาธารณประโยชน์)

 

หมวดที่  7 บทเฉพาะกาล

ข้อ  41 การตีความข้อบังคับของสมาคม  หากเป็นที่สงสัยให้ที่ประชุมใหญ่โดยเสียงข้างมากของที่ประชุมชี้ขาด

ข้อ  42 ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยสมาคมมาใช้บังคับ  ในเมื่อข้อบังคับของสมาคมมิได้กำหนดไว้  และหากมีข้อบังคับใดขัดกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็ให้ถือปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ข้อ  43 สมาคมต้องไม่ดำเนินการหาผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน  หรือเพื่อบุคคลใดนอกจากเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสมาคมเอง

 

หมวดที่  8 บทเฉพาะกาล

ข้อ  44 ข้อบังคับฉบับนี้ ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมรับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป

ข้อ  45 เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ  ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญและสมาชิกภาพของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น  เริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียนเป็นต้นไป

 

(ลงชื่อ)……………………………………………………….ผู้จัดทำข้อบังคับ

(นายศุภเสฏฐ์ ชูชัยศรี)

นายกสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย

[:en]

ข้อบังคับของสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย

หมวดที่ ๑ ความทั่วไป

ข้อ ๑. สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย ย่อว่า สปท.
เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Thai Programmer Association ย่อว่า TPA

ข้อ ๒. เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะเป็น
รูป คนจับมือกันในลักษณะล้อมเป็นวงกลม และประกอบด้วย อักษรย่อและชื่อเต็มของสมาคม.
มีความหมายว่า คน หมายถึง กลุ่มนักพัฒนา Open Source ลักษณะการแสดงออกโดยการจับมือกัน หมายถึง ความร่วมมือร่วมใจรวมพลังสร้างสรรค์สิ่งใหม่ การจับมือกันที่เป็นวงกลม หมายถึง การที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา และองค์ประกอบของสัญลักษณ์จะมีชื่ออักษรย่อของสมาคม OSEDA เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งความหมายโดยรวมนั้นหมายถึง ความร่วมมือของนักพัฒนา Open Source ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์พัฒนาสิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลาเหมือนการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นตลอดเวลาเช่นกัน.

logo

รูปของเครื่องหมายสมาคม

ข้อ ๓. สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ CP Tower 2, 4th Floor, 5 Rachadaphisek Rd., Dindaeng,Bangkok 10400 Thailand

หมวดที่ ๒ วัตถุประสงค์

ข้อ ๔. วัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อ
๔.๑ เพื่อสร้างเครือข่ายของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ได้รู้จัก ช่วยเหลือ และแบ่งปันความรู้กัน
๔.๒ เพื่อพัฒนาทักษะด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ (Technical Skill) และ ทักษะที่เกี่ยวข้องกับคน (Soft Skill) ให้ก่ับนักพัฒนาซอฟต์แวร์
๔.๓ เพื่อช่วยเหลือนักพัฒนาซอฟต์แวรจากการถูกผู้ว่าจ้างเอาเปรียบ และช่วยเหลือผู้ว่าจ้างจากการโดนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทิ้งงาน
๔.๔ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และสร้างความเข้าใจที่ดีต่อสายอาชีพนักพัฒนาซอฟต์แวร์
๔.๕ เพื่อเป็นพื้นที่ให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้แสดงศักยภาพ หรือสร้างความร่วมมือ
๔.๖ เพื่อสนับสนุนชุมชนต่างๆในการจัดกิจกรรมเพื่อนักพัฒนาซอฟต์แวร์

หมวดที่ ๓ ประเภทและคุณสมบัติสมาชิก

ข้อ ๕. สมาชิกของสมาคมมี ๔ ประเภท คือ
๕.๑ สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคลทั่วไปที่อยู่ในสายอาชีพนักพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือสนใจในการพัฒนาซอฟต์แวร์
๕.๒ สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ บุคคลนอกจากที่กล่าวแล้วในข้อ ๕.๑ แต่ไม่สนใจเข้าร่วมในการเลือกตั้ง หรือรับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม และไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆ ในที่ประชุม
๕.๓. สมาชิกสามัญนิติบุคคล ได้แก่ บริษัท สมาคม มูลนิธิ หรือหน่วยงานที่มีฐานะ เป็นนิติบุคคล
หากมีความประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิก สามารถยื่นความจำนงต่อคณะกรรมการได้และ
เมื่อได้ผ่านการรับรองของคณะกรรมการแล้ว ย่อมเป็นสมาชิกนิติบุคคล
๕.๔ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการะคุณแก่สมาคมซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์

ข้อ ๖. สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
๖.๑ เป็นผู้สนใจ ศึกษา ใช้งาน หรือ เป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์
๖.๒ เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
๖.๓ ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว จะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น

หมวดที่ ๔ หน้าที่และสิทธิของสมาชิก

ข้อ ๗. หน้าที่และสิทธิของสมาชิก
๗.๑ สมาชิกมีหน้าที่รักษาผลประโยชน์และเกียรติคุณของสมาคม และต้องสนับสนุนช่วยเหลือกิจกรรมของสมาคม ชำระค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมอื่นตามที่คณะกรรมการบริหารสมาคมกำหนด
๗.๒ มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ
๗.๓ มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
๗.๔ มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
๗.๕ สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆ ในที่ประชุมได้คนละ ๑ คะแนนเสียง
๗.๖ มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม
๗.๗ สมาชิกที่ได้ชำระค่าบำรุงติดต่อกันไม่ต่ำกว่า ๓ ปี มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันไม่น้อยกว่า ๓๐ คน
ให้คณะกรรมการบริหารจัดประชุมใหญ่วิสามัญโดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อคณะกรรมการบริหาร และในหนังสือนั้นจะต้องระบุด้วยว่าจะให้ประชุมพิจารณาญัตติเรื่องใด เมื่อคณะกรรมการบริหารได้รับหนังสือแล้ว ให้ตรวจสอบความถูกถ้วน แล้วดำเนินการตามคำร้องขอภายในกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันได้รับร้องขอ
๗.๘ มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
๗.๙ มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
๗.๑๐ มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของสมาคม
๗.๑๑ มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
๗.๑๒ มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

หมวดที่ ๕ สมาชิกภาพ

ข้อ ๘. ผู้ประสงค์สมัครเป็นสมาชิก ให้ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการ เมื่อเลขาธิการได้รับใบสมัครแล้ว ให้ตรวจสอบคุณสมบัติ และความถูกต้องก่อนเสนอต่อคณะกรรมการบริหารพิจารณาในการประชุมคราวต่อไป หากเลขาธิการเห็นว่าไม่สมควรรับผู้ใดเข้าเป็นสมาชิก ให้แจ้งให้ผู้นั้นทราบโดยไม่ชักช้า และให้ผู้นั้นมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อนายกสมาคมภายในกำหนดเวลา ๑๕ (สิบห้า) วัน นับแต่วันที่ได้รับคำปฏิเสธ และให้นายกสมาคมนำเรื่องเข้าหารือในการประชุมคณะกรรมการบริหารในคราวต่อไป

ข้อ ๙. ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียน
และค่าบำรุงสมาคมให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขานุการ และสมาชิกภาพของผู้สมัคร ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงภายในกำหนด ก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก

ข้อ ๑๐. สมาชิกภาพสิ้นสุดลงเมื่อ
๑๐.๑ ตาย หรือ สาบสูญตามคำสั่งของศาล
๑๐.๒ ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย
๑๐.๓ ขาดคุณสมบัติสมาชิก
๑๐.๔ ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม หรือ คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน เพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม

ข้อ ๑๑. สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ได้มาถึงยังสมาคม

หมวดที่ ๖ การบริหารสมาคม

ข้อ ๑๒. ให้มีกรรมการบริหารคณะหนึ่งจำนวนไม่น้อยกว่า เจ็ดคน แต่ไม่เกิน สิบห้าคน ประกอบด้วย นายกสมาคม คนหนึ่ง อุปนายกสมาคมจำนวนตามความจำเป็น เลขาธิการ เหรัญญิก และนายทะเบียน ตำแหน่งละ หนึ่งคน กับกรรมการเจ้าหน้าที่อื่นตามที่เห็นสมควร

ข้อ ๑๓. กรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
๑๓.๑ ถึงคราวออกตามวาระ
๑๓.๒ ตายหรือสาบสูญตามคำสั่งของศาล
๑๓.๓ ลาออกโดยยื่นหนังสือต่อนายกสมาคมและนายกสมาคมได้รับหนังสือนั้นแล้ว
๑๓.๔ ขาดจากสมาชิกภาพตามข้อ ๑๐
๑๓.๕ ขาดประชุมคณะกรรมการบริหาร สามครั้ง ติดต่อกันโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้นายกสมาคมทราบ

ข้อ ๑๔. คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้
๑๔.๑ บริหารกิจตามวัตถุประสงค์และข้อบังคับของสมาคม
๑๔.๒ วางระเบียบและข้อบังคับต่างๆ เพื่อดำเนินการตามข้อ ๑๔.๑ โดยไม่ขัดกับข้อบังคับนี้
๑๔.๓ กำหนดตำแหน่งกรรมการเจ้าหน้าที่ตามข้อ ๑๔ วรรคหนึ่ง และตั้งอนุกรรมการเพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งของสมาคม
๑๔.๔ แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้มีเกียรติคุณเป็นที่ปรึกษาสมาคม โดยให้ที่ปรึกษาเข้าร่วมและออกความคิดเห็นในการประชุม แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

ข้อ ๑๕. กรรมการบริหารอยู่ในตำแหน่งสมัยละ ๒ ปี เริ่มต้นและสิ้นสุดในวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีในระหว่างที่คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ยังไม่ได้รับตำแหน่งให้คณะกรรมการบริหารชุดเดิมปฏิบัติหน้าที่อันเป็นปกติไปพลางก่อน

ข้อ ๑๖. คณะกรรมการบริหารต้องประชุมอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง ในการประชุมต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงถือเป็นองค์ประชุม ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกสมาคมเป็นประธานที่ประชุม และถ้าอุปนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

ข้อ ๑๗. นายกสมาคม เป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก
๑๗.๑ นายกสมาคม มีหน้าที่อำนวยการบริหารกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามข้อบังคับและวัตถุประสงค์ของสมาคม
๑๗.๒ อุปนายกสมาคม เป็นผู้ช่วยเหลือนายกสมาคม ทำการแทนเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือปฏิบัติงานตามที่นายกสมาคมมอบหมาย
๑๗.๓ เลขาธิการ มีหน้าที่เป็นผู้นัดประชุมคณะกรรมการบริหาร นัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี นัดประชุมใหญ่อื่นๆ บันทึกการประชุม ดูแลรักษาเอกสารอื่นรวมทั้งทรัพย์สินต่างๆ ของสมาคม ติดต่อกับสมาชิกและปฏิบัติหน้าที่อย่างอื่นที่มิได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของ ผู้ใดผู้หนึ่งโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการของสมาคมควบคุมพนักงานเจ้าหน้าที่ของสมาคม แต่การรับบุคคลเข้าทำงาน หรือให้ออกจากงาน เลขาธิการจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร
๑๗.๔ เหรัญญิก มีหน้าที่เก็บรักษาเงิน ทำบัญชี,งบดุล และดูแลผลประโยชน์อันเกี่ยวเนื่องกับเงินและทรัพย์สินอื่นของสมาคม
๑๗.๕ นายทะเบียน มีหน้าที่จัดทำและเก็บรักษาไว้ซึ่งทะเบียนสมาชิกให้ตรงตามความเป็นจริง

ข้อ ๑๘. เงินรายได้ทั้งหมดของสมาคมให้ฝากไว้ที่ธนาคารที่มีความมั่นคง หรือซื้อตราสารทางการเงินที่ออกหรือรับรองโดยรัฐบาล ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการบริหาร การเบิกจ่ายเงินของสมาคมให้นายกสมาคม อุปนายกสมาคม เลขาธิการและเหรัญญิกของสมาคม ลงลายมือชื่อร่วมกันอย่างน้อย ๓ คน และประทับตราของสมาคมเป็นสำคัญ

ข้อ ๑๙ .นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้ไม่เกินครั้งละ หนึ่งหมื่นบาท หรือรวมแล้วไม่เกิน สองหมื่นบาท ภายในหนึ่งเดือน หากจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินเกินกว่านี้ ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร การอนุมัติสั่งจ่ายเงินทุกครั้งตามวรรคหนึ่ง นายกสมาคมต้องแจ้งให้คณะกรรมการบริหารทราบในการประชุมคราวถัดไป

ข้อ ๒๐. เหรัญญิกมีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้ไม่เกินครั้งละ ห้าพันบาท หรือรวมแล้วไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท ภายในเวลาหนึ่งเดือน เหรัญญิกจะเก็บเงินสดไว้ได้ไม่เกิน ห้าพันบาท เหรัญญิกต้องจัดทำงบดุล แสดงฐานะการเงินของสมาคมทุกเดือนปิดแสดงไว้ ณ ที่ทำการสมาคมและต้องทำงบดุลทุกวันที่ 31 ธันวาคมเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี

หมวด ๗ การเลือกตั้งนายกและกรรมการบริหารสมาคม

ข้อ ๒๑. นายกสมาคมและกรรมการบริหารให้เลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยที่ประชุมเลือกสมาชิกสามัญจำนวน ๕ คน ขึ้นทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการเลือกตั้งให้สมาชิกสามัญเสนอชื่อผู้ที่อยู่ ในที่ประชุมผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกสมาคม จากสมาชิกสามัญด้วยกันต่อคณะกรรมการเลือกตั้ง โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย ๕ คน การเลือกตั้งให้กระทำโดยให้สมาชิกสามัญลงคะแนนลับ ผู้ได้คะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคม ถ้าได้คะแนนเท่ากัน ให้ใช้วิธีจับฉลาก ผู้ใดจะดำรงตำแหน่งนายกสมาคมติดต่อกันเกินกว่า ๒ สมัย ไม่ได้

เมื่อที่ประชุมเลือกนายกสมาคมได้แล้ว ให้ที่ประชุมมีมติกำหนดจำนวนคณะกรรมการบริหารส่วนที่เหลือตามข้อ ๑๒ จากนั้นให้นายกสมาคมมีสิทธิเลือกสมาชิกสามัญมาเป็นคณะกรรมการบริหารได้กึ่ง หนึ่งของจำนวนคณะกรรมการบริหารที่ที่ประชุมใหญ่กำหนด การเลือกตั้ง กรรมการบริหารสมาคมตามจำนวนที่ยังเหลือจากส่วนที่นายกสมาคมได้เลือกไปแล้วนั้น ให้สมาชิกสามัญเสนอชื่อสมาชิกสามัญผู้ที่อยู่ในที่ประชุม ซึ่งตนเห็นสมควรเป็นกรรมการบริหาร โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย ๕ คน และเลือกตั้งโดยให้สมาชิกสามัญลงคะแนนลับ ผู้ได้คะแนนสูงสุดตั้งแต่อันดับหนึ่ง ถึง อันดับสุดท้ายตามจำนวนคณะกรรมการ ถือว่าเป็นผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหาร ถ้าได้คะแนนเท่ากันให้ใช้วิธีจับฉลาก

ผู้ได้รับคะแนนรองลงมาให้เป็นสำรอง กรรมการและให้เลื่อนขึ้นมาเป็นกรรมการแทนเมื่อกรรมการผู้ได้รับเลือกตั้งพ้น จากตำแหน่งหน้าที่ตามข้อ ๑๓ โดยให้กรรมการที่เข้ามาแทนอยู่เท่ากับวาระที่เหลือของคนที่ตนแทน กรรมการบริหารที่ไม่ใช่นายกสมาคมจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่าสามสมัยไม่ได้ ให้คณะกรรมการบริหารชุดที่สิ้นสุดลงตามวาระ มอบงานให้คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ภายในเวลา ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้ดำเนิน การตามวรรคหนึ่งเรียบร้อยแล้ว

หมวด ๘ การประชุมใหญ่

ข้อ ๒๒. การประชุมใหญ่ของสมาคมมีได้ 2 กรณี คือ
๒๒.๑ การประชุมใหญ่สามัญ
๒๒.๒ การประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ ๒๓. ให้มีการประชุมใหญ่สามัญปีละหนึ่งครั้งภายในเดือนกันยายนของทุกปี เพื่อ
๒๓.๑ ให้คณะกรรมการบริหารแถลงผลงานในรอบปี
๒๓.๒ รับรองงบดุลประจำปี
๒๓.๓ ตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี/ที่ปรึกษากฎหมาย
๒๓.๔ เลือกตั้งนายกสมาคมและคณะกรรมการบริหาร
๒๓.๕ เรื่องอื่นๆ

ข้อ ๒๔. การประชุมใหญ่วิสามัญกระทำได้เมื่อ
๒๔.๑ คณะกรรมการบริหารเห็นสมควรเมื่อมีปัญหาที่จะต้องหารือ หรือให้ที่ประชุมใหญ่วินิจฉัย
๒๔.๒ สมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่าสามสิบคน ร้องขอให้เรียกประชุมตามข้อ ๗ (๗)

ข้อ ๒๕. การประชุมใหญ่ตามข้อ ๒๓ และ ๒๔ ต้องมีสมาชิกสามัญมาประชุมไม่น้อยกว่า หนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือจำนวนไม่น้อยกว่า ๓๐ คน จึงจะเป็นองค์ประชุม

ข้อ ๒๖. การนัดประชุมใหญ่ตามข้อ ๒๓ และ ๒๔ ให้เลขาธิการแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าเป็นหนังสือไม่น้อยกว่า ๗ วัน และให้ปิดประกาศไว้ ณ ที่ทำการสมาคม

หมวด ๙ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ

ข้อ ๒๗. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับนี้จะกระทำได้โดยมติของที่ประชุม ใหญ่และมติให้แก้ไขข้อบังคับต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า สองในสาม ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม

ข้อ ๒๘. ญัตติขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับต้องมาจากคณะกรรมการบริหาร หรือมาจากสามัญสมาชิกที่ได้ชำระค่าบำรุงติดต่อกันไม่ต่ำกว่า ๓ ปี จำนวนไม่น้อยกว่า ๓๐ คน โดยให้ทำเป็นหนังสือและให้เลขาธิการทำสำเนาแจกจ่ายแก่สมาชิกก่อนการประชุม ไม่น้อยกว่า ๗ วัน ให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายในกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันที่เลขาธิการได้รับญัตติดังกล่าว

หมวด ๑๐ การเลิกสมาคม

ข้อ ๒๙. สมาคมเลิกโดย
๒๙.๑ ที่ประชุมใหญ่สามัญมีมติให้เลิกในการประชุมให้เลิกสมาคมนั้นต้องมีสามัญสมาชิกไปประชุมไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด
๒๙.๒ เลิกตามกฎหมาย

ข้อ ๓๐. เมื่อสมาคมต้องเลิกไปไม่ว่าโดยสาเหตุใดๆ ให้ทรัพย์สินของสมาคมตกเป็นของนิติบุคคลในประเทศไทยที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะแห่งหนึ่งแห่งใด หรือหลายแห่งตามมติของที่ประชุมใหญ่

หมวด ๑๑ บทเฉพาะกาล

ข้อ ๓๑. คณะกรรมการชุดแรกให้ผู้เริ่มการจัดตั้งสมาคมเป็นผู้เลือกตั้ง ประกอบด้วย นายกสมาคม และกรรมการอื่น ๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควร ตามข้อบังคับของสมาคม

(ลงชื่อ)_____.__.________.ผู้จัดทำข้อบังคับ
( ว่าที่ร้อยตรี อาคม ไทยเจริญ )

[:]